เข้าสู่ระบบ!!
พระโปรโมชั่น ประจำเดือน รายการพระเครื่อง เกี่ยวกับ AMULET FOCUS วิธีการ เช่า บูชา พระเครื่อง บทความพระเครื่อง เว็บบอร์ด ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 23/11/2554
ปรับปรุงเวบเมื่อ 30/09/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 2414


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (2414)
 พระบูชา ขนาดต่างๆ
 พิมพ์พระสมเด็จ
 *** รวม พระเกจิ สาย ภาคเหนือ ***
 หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์
 หลวงพ่อวัดดอนตัน จ.น่าน
 หลวงปู่ไผ่ วัดไผ่งาม จ.น่าน
 หลวงปู่สี ฉันทสิริ วัดเขาถ้ำบุญนาค จ.นครสวรรค์
 หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค จ.นครสวรรค์
 หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่
 *** รวม พระเกจิ สาย ภาคอีสาน ***
 หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน จ.ศรีสะเกษ
 หลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา จ.ศรีสะเกษ
 หลวงพ่อ คูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา
 หลวงปู่เจียม อติสโย วัดอินทราสุการาม จ.สุรินทร์
 หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต วัดโพธิ์ทรายทอง จ.บุรีรัมย์
 หลวงพ่อเมียน กัลยาโณ วัดจะเนียงวนาราม จ.บุรีรัมย์
 หลวงปู่คำบุ คุตตจิตโต วัดกุดชมภู จ.อุบลฯ
 พระอาจารย์ สวัสดิ์ ภูมิสาโร วัดป่าแสนอุดม จ.อุบลฯ
 หลวงปู่ทองมา ถาวโร วัดสว่างท่าสี จ.ร้อยเอ็ด
 หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอร์เหนือ จ.ศรีสะเกษ
 หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี (สุสานหนองมน) จ.สุรินทร์
 หลวงปู่แวกาย พนฺธสาโร วัดอัมปึล
 หลวงปู่มหาคำแดง ฐานะทัตโต (พระครูมงคลคัมภีรคุณ)
 *** รวม พระเกจิ สาย -ภาคกลาง-ตะวันออก-ตก ***
 หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร
 หลวงพ่อสาคร มนุญโญ วัดหนองกรับ จ.ระยอง
 หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบุรพาราม จ.ตราด
 หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง จ.นครปฐม
 หลวงพ่อสุด สิริธโร วัดกาหลง จ.สมุทรสาคร
 หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา
 หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว จ.พระนครศรีอยุธยา
 หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง จ.เพชรบุรี
 หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี
 ท่านก๋งเตื่อง เตชปญฺโญ วัดคลองม่วง จ.ตราด
 หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม จ.สิงห์บุรี
 หลวงปู่บุญ-ลป.เพิ่ม-สายนครปฐม
 **** รวม พระเกจิ สาย ภาคใต้ ****
 หลวงปู่ทวด พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ (ทั่วไป)
 หลวงปู่ทวด อาจารย์ทิม ว.ช้างให้ (เลื่อนสมณศักดิ์)
 ลป.ทวด อ.ทิม วัดช้างให้ (100ปี อ.ทิม) พิธีช้างให้
 หลวงปู่ทวด พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ จ.ปัตตานี
 พ่อท่านบุญให้ ปทุโม วัดท่าม่วง จ.นครศรีธรรมราช
 เหรียญรัชกาลและเหรียญที่ระลึกต่างๆ
 เครื่องราง เมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ โชคลาภ ค้าขาย
กล้องส่องพระ
 สร้อยคอสำหรับห้อยพระ งานเชือกเทียนถัก (Handmade)
 หนังสือพระเครื่อง



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
ตรวจสอบสลากกินแบ่งรัฐบาล
ราคาทองคำวันนี้
ราคาน้ำมันวันนี้
แหล่งความรู้เกี่ยวกับพระรอด
ธรรมะ ออนไลน์ กับ ท่าน ว.วชิรเมธี
ฟังธรรม กับ ท่าน ว.วชิรเมธี
ธรรมะไทย
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด
หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
ตรวจสอบการขนส่งของไปรษณีย์จาก Tracking Number ของท่าน
หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
อิทธิปาฏิหาริย์ พระเครื่อง
จองตั๋วเครื่องบิน Air Asia
จองตั๋วเครื่องบิน Thai Lion Air
จองตั๋วเครื่องบิน Nokair







ขอต้อนรับสู่ Amuletfocus ศูนย์รวมพระเครื่องยอดนิยม บริการพระเครื่องครบวงจร คัดสภาพสวย แท้ ดูง่าย รับประกันพระแท้ 100 % ***รับเช่า พระเครื่อง วัตถุมงคล ของพระเกจิทั่วไทย ในราคาที่ท่านพอใจ    ***พบกับโปรโมชั่น พระแท้ ราคาพิเศษ เก็บสะสมกันได้แบบสบายใจ กับเราได้ที่นี่ทุกเดือน ติดต่อเราได้ที่เบอร์ 085-556-0808 (ยุคลเดช) 

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน จ.ศรีสะเกษ >> พระสมเด็จโนนผึ้ง พิมพ์ใหญ่ แก่ว่านไพรดำ ฝังเพชรหน้าทั่ง มีเม็ดพระธาตุ ออกวัดโนนผึ้ง ปี ๔๐

พระสมเด็จโนนผึ้ง พิมพ์ใหญ่ แก่ว่านไพรดำ ฝังเพชรหน้าทั่ง มีเม็ดพระธาตุ ออกวัดโนนผึ้ง ปี ๔๐ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
พระสมเด็จโนนผึ้ง พิมพ์ใหญ่ แก่ว่านไพรดำ ฝังเพชรหน้าทั่ง มีเม็ดพระธาตุ ออกวัดโนนผึ้ง ปี ๔๐








  Tell a Friend
พระสมเด็จโนนผึ้ง พิมพ์ใหญ่ แก่ว่านไพรดำ ฝังเพชรหน้าทั่ง มีเม็ดพระธาตุ ออกวัดโนนผึ้ง ปี ๔๐ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระสมเด็จโนนผึ้ง พิมพ์ใหญ่ แก่ว่านไพรดำ ฝังเพชรหน้าทั่ง มีเม็ดพระธาตุ ออกวัดโนนผึ้ง ปี ๔๐ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระสมเด็จโนนผึ้ง พิมพ์ใหญ่ แก่ว่านไพรดำ ฝังเพชรหน้าทั่ง มีเม็ดพระธาตุ ออกวัดโนนผึ้ง ปี ๔๐ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระสมเด็จโนนผึ้ง พิมพ์ใหญ่ แก่ว่านไพรดำ ฝังเพชรหน้าทั่ง มีเม็ดพระธาตุ ออกวัดโนนผึ้ง ปี ๔๐

รหัสสินค้า: 000398
ปล่อยเช่าแล้วครับ
รายละเอียด:

พระสมเด็จวัดโนนผึ้ง หลวงปู่หมุน รุ่นแรก ปี ๔๐ ออกวัดโนนผึ้ง พิมพ์ใหญ่ เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ว่านไพรดำ ฝังเพชรหน้าทั่ง มีเม็ดพระธาตุ

พระสมเด็จองค์นี้เป็นพระพิมพ์ใหญ่ เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ว่านไพรดำ โซนสีน้ำตาลเข้ม แบบเนื้อละเอียด ส่วนที่เป็นลายสีดำที่ผิวพระ คือผงว่านไพรดำที่ลอยตัวขึ้นมาให้เห็น สวยงามคลาสสิคเข้มขลังมาก

ขอบล่างกว้าง 2.2 ซ.ม. ขอบบนกว้าง 2.1 ซ.ม.สูง 3.3 ซ.ม

พิเศษฝังเพชรหน้าทั่งที่ใต้สันขอบล่างองค์พระ 1 เม็ด หายากสุดๆ
 

เพชรหน้าทั่งนี้ทางใต้ถือว่าเป็นแร่มงคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองแม้ไม่ได้ปลุกเสกอย่างเช่นที่หลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นศิษย์เอกสายหลวงปู่ทิม วัดช้างให้ ได้นำมาฝังในพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นห้าแชะ ที่ท่านสร้างในปี 2538 อันโด่งดังด้วยประสบการณ์ทั่วประเทศมาแล้ว (มีภาพประกอบด้านล่างครับ)

เข้าใจว่าหลวงปู่หมุน ท่านคงได้นำเพชรหน้าทั่งนี้ติดตัวกลับมาด้วย หลังจากที่ท่านได้ไปจำพรรษาร่ำเรียนแลกเปลี่ยนวิชาอาคมกับ
หลวงปู่ทิม ที่วัดช้างให้ จ.ปัตตานี ถึง 2 ครั้ง เป็นเวลานานถึง 2 ปีเต็มและท่านได้นำมาฝังไว้ในพระสมเด็จโนนผึ้งของท่านเพียงไม่กี่องค์เพื่อมอบเฉพาะให้กับลูกศิษย์ลูกหาใกล้ชิดและผู้ทำคุณประโยชน์แก่ทางวัดและพระพุทธศาสนาเป็นพิเศษเพียงไม่กี่ท่านเท่านั้น

ในบรรดาพิมพ์พระเครื่องเมืองไทย พิมพ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด และเป็นที่รู้จักยอมรับมากที่สุด ทั้งในและต่างประเทศ คงหนีไม่พ้น "พระพิมพ์สมเด็จ”
พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองไทย ทั้งในอดีตและปัจจุบันทุกองค์ พระพิมพ์สมเด็จที่ท่านสร้างขึ้น ไม่ว่าจะป็นเนื้อมวลสารใด ล้วนได้รับความนิยมและมีราคาสูงทั้งสิ้น
พระพิมพ์สมเด็จของหลวงปู่หมุน ก็เช่นเดียวกัน มีอยู่สองรุ่นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ
๑ .พระสมเด็จ พิมพ์หลังยันต์ห้า ฝังเหล็กไหล ออกวัดป่าหนองหล่ม ปี ๔๒ ราคาทลุหลักหมื่น
๒.พระสมเด็จวัดโนนผึ้ง ปี ๔๒ ออกวัดโนนผึ้ง เนื้อพิเศษสวยๆ อยู่ที่ประมาณหลักพันปลายแล้ว

ข้อมูลรายละเอียดพระสมเด็จวัดโนนผึ้ง (ฉบับล่าสุด 22 มิ.ย. 2555)
(ศึกษาค้นคว้ารวบรวมและเรียบเรียงโดย.....เทพอินทรา)

พระสมเด็จวัดโนนผึ้ง.....เป็นพระสมเด็จหลวงปู่หมุน รุ่นแรก สร้างปี พ.ศ. 2540 ที่วัดโนนผึ้ง จ.ศรีสะเกษ
เมื่อครั้งที่หลวงปู่ยังจำพรรษาอยู่ที่วัดโนนผึ้ง ซึ่งเป็นวัดลูกศิษย์ของท่าน คือ หลวงพ่อประสาน อันเป็นศิษย์ใกล้ชิด
ของหลวงปู่หมุนมาตั้งแต่ยุคต้น ซึ่งนอกจากท่านจะได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมหลายอย่างจากหลวงปู่หมุนแล้ว
ท่านยังเป็นผู้ที่เก่งมากด้านเมตตามหาเสน่ห์ ผูกดวงคู่ และเชี่ยวชาญแตกฉานเรื่องว่านยาต่างๆเป็นอย่างมากอีกด้วย
จนหลวงปู่หมุนเอ่ยปากชมว่า หลวงพ่อประสานเป็นเอกทางด้านนี้ จะหาใครมาเทียบรัศมีได้ยาก และท่านเป็นกำลัง
สำคัญอย่างยิ่งในการร่วมสร้างพระสมเด็จหลวงปู่หมุน รุ่นแรก (พระสมเด็จวัดโนนผึ้ง) ในครั้งนั้นด้วย

พระสมเด็จวัดโนนผึ้ง.....สร้างและเสกด้วยเจตนาบริสุทธิ์ มวลสารที่อยู่ในองค์พระนั้นหามารวมกันหลายชั่วอายุคน
รุ่นต่อรุ่น จากอาจารย์สู่ลูกศิษย์ ผงนี้ศักดิ์สิทธิ์อาถรรพ์ยิ่งนัก มีมวลสารจากชานหมากของครูอาจารย์มากมาย
และยอดมวลสารที่วิเศษอย่างยิ่งก็คือ มวลสารที่ได้จากพิธีการลบผงในโบสถ์ของหลวงปู่หมุน ซึ่งท่านได้บอกว่า
การลบผงนี้ทำได้ยากมากๆ ในชีวิตคนหนึ่งจะทำสำเร็จได้เพียงไม่กี่ครั้ง ยากนักที่ใครจะทำได้ เห็นจะมีก็แต่
สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังฯ หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร และหลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุนนาคเท่านั้น
ที่ทำได้ ซึ่งหลวงปู่หมุนท่านได้สำเร็จวิชาการลบผงสีตำรับของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)มาจากหลวงปู่สี
วัดถ้ำเขาบุนนาค ซึ่งนับเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ศึกษาจนสำเร็จวิชานี้ได้ จึงไม่ต้องสงสัยแต่อย่างใดเลยว่า
พระสมเด็จวัดโนนผึ้งชุดนี้จะดีจริงหรือไม่

พระสมเด็จวัดโนนผึ้งนี้หลวงปู่หมุนท่านนำมาให้ลูกศิษย์ลูกหาและญาติโยมเช่าบูชาเพื่อร่วมทำบุญกุศลที่วัดป่าหนองหล่ม
ในพิธีไหว้ครู และพิธีหล่อพระแก้ว ในปี 2541 และ 2542 ในราคาองค์ละ 500 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากในสมัยนั้น
เพราะหลวงปู่บอกว่าเป็นของดีเนื้อแก่มวลสาร ทำได้ยากมาก เก็บกันไว้เถอะ อนาคตจะแพงและหากันไม่ได้นะ
พุทธคุณเหลือล้นสุดยอด ดีทั้งนอกดีทั้งใน ใครได้ไว้ครอบครองถือว่าเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง

พระสมเด็จวัดโนนผึ้ง.....มีพุทธศิลป์เดียว คือ
ด้านหน้า เป็นพระสมเด็จปางสมาธิ ฐาน 3 ชั้น ฐานชั้นกลางจะขึ้นเป็น เส้นคม ปลายฐานจะค่อยๆโค้งงอขึ้นด้านบนอย่างอ่อนช้อยสวยงาม อยู่ภายในเส้นครอบซุ้มผ่าหวาย ยอดปลายพระเกศจะไม่จรดติดกับเส้นขอบซุ้ม
ด้านหลังเป็นยันต์ใหญ่ และตัวอักษร วัดโนนผึ้ง อ.กันทรารมย์ จ. ศรีสะเกษ

แยกเป็น 3 พิมพ์ ตามขนาดขององค์พระ ดังนี้

1. พิมพ์จัมโบ้ ขอบล่างกว้าง 2.4 ซ.ม. ขอบบนกว้าง 2.2 ซ.ม.สูง 3.6 ซ.ม. (จำนวนสร้าง 100 องค์)
2. พิมพ์ใหญ่ ขอบล่างกว้าง 2.2 ซ.ม. ขอบบนกว้าง 2.1 ซ.ม.สูง 3.3 ซ.ม. (จำนวนสร้างหลักหมื่นองค์)
3. พิมพ์เล็ก ขอบล่างกว้าง 2.0 ซ.ม. ขอบบนกว้าง 1.9 ซ.ม.สูง 3.0 ซ.ม. (จำนวนสร้าง 100 องค์)

ทั้ง 3 พิมพ์จะมีทั้งแบบองค์พระบาง (0.5 ซ.ม.) และองค์พระหนา (0.7 ซ.ม.) ซึ่งพบเห็นน้อยหายากกว่า

พระสมเด็จวัดโนนผึ้ง.....มีหลายเนื้อ หลายโซนสี และหลายวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุลงในองค์พระ
ปัจจุบันสำนักงานการันตีพระจะออกบัตรรับรองพระแท้ให้ โดยระบุเป็นพระเนื้อผงทั้งสิ้น เราต้องแยกรายละเอียด
เอาเองว่าเป็นเนื้อผงที่แก่มวลสารใดเป็นพิเศษ

ผมได้พยายามรวบรวมข้อมูลเท่าที่หาได้และจากที่ได้เก็บสะสมบูชาพิจารณาสัมผัสองค์จริงโดยตรง จำนวนทั้งสิ้น
500 กว่าองค์ มาบันทึกไว้ในกระทู้นี้ ซึ่งอาจจะยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน 100% นัก แต่อย่างน้อยเพื่อเป็นประโยชน์
ต่อเพื่อนสมาชิกที่นิยมสนใจในพระรุ่นนี้ได้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการพิจารณาเช่าหาได้ง่ายขึ้น ดังต่อไปนี้

จำแนกตามเนื้อมวลสารหลักที่สร้าง ซึ่งมีทั้งประเภทเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด โดยจะเรียงลำดับจากที่หายาก
พบเห็นน้อยไปหามาก ดังนี้

แบบที่ 1. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ มีเม็ดพระธาตุงอก
แบบที่ 2. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่เส้นเกศา
แบบที่ 3. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ชานหมาก
แบบที่ 4. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ว่าน
แบบที่ 5. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ผงตะไบ
แบบที่ 6. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ผงธูป
แบบที่ 7. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘

จำแนกตามโซนสีขององค์พระ ซึ่งการเกิดโซนสีที่ต่างกันนั้น ก็เนื่องมาจากอัตราสัดส่วนผสมและชนิดของเนื้อผง
พุทธคุณ ว่านและชานหมากที่ใช้สร้างแตกต่างกัน โดยจะเรียงลำดับจากที่หายากพบเห็นน้อยไปหามาก ดังนี้

แบบที่ 1. โซนสีดำ (แก่ว่านไพรดำ)
แบบที่ 2. โซนสีขาว (แก่ว่านขาวจ้าวทรัพย์)
แบบที่ 3. โซนสีน้ำตาลเข้ม (แก่ชานหมาก)
แบบที่ 4. โซนสีน้ำตาลเข้ม (แก่ว่าน)
แบบที่ 5. โซนสีเหลืองขมิ้น
แบบที่ 6. โซนสีเทา (แก่ผงธูป)
แบบที่ 7. โซนสีน้ำตาลอ่อน (แก่ผงตะไบ)
แบบที่ 8. โซนสีน้ำตาลอ่อน

จำแนกตามวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุเพิ่มเติมลงในองค์พระ เรียงลำดับจากที่หายากพบเห็นน้อยไปหามาก ดังนี้

แบบที่ 1. ฝังเพชรหน้าทั่ง (สร้างหลักสิบองค์ไม่เกิน 100 องค์)
แบบที่ 2. กรรมการทาทองด้านหน้าและหลัง อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง (สร้างหลักสิบองค์ กรรมการทาทองแบบที่ 2 - 5 สร้างรวมกัน 100 องค์)
แบบที่ 3. กรรมการทาทองด้านหน้า ลงรักด้านหลัง อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง (สร้างหลักสิบองค์ กรรมการทาทองแบบที่ 2 - 5 สร้างรวมกัน 100 องค์)
แบบที่ 4. กรรมการทาทองด้านหน้าและหลัง ไม่อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง (สร้างหลักสิบองค์ กรรมการทาทองแบบที่ 2 - 5 สร้างรวมกัน 100 องค์)
แบบที่ 5. กรรมการทาทองด้านหน้า ลงรักด้านหลัง ไม่อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง (สร้างหลักสิบองค์ กรรมการทาทองแบบที่ 2 - 5 สร้างรวมกัน 100 องค์)
แบบที่ 6. ติดเส้นเกศาและปิดแผ่นจีวรทับบริเวณกลางองค์พระด้านหลัง
แบบที่ 7. ติดแผ่นจีวรกลางองค์พระด้านหลัง
แบบที่ 8. อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง
แบบที่ 9. ติดเศษธนบัตรใบละ 100 บาทที่ผิวองค์พระ
แบบที่ 10 อุดเศษธนบัตรใบละ 100 บาทใต้ขอบสันด้านล่าง
แบบที่ 11. โรยผงตะไบที่ผิวพระ
แบบที่ 12. ฝังพลอยดิบเม็ดใหญ่ที่ผิวพระ
แบบที่ 13. โรยแร่ที่ผิวพระ
แบบที่ 14. ผสมพลอยดิบเม็ดเล็กลงไปในเนื้อมวลสาร

พระสมเด็จรุ่นนี้จะดังเลืองลือไกลถึงเมืองแมนหรื่อไม่ และอนาคตจะหายากจริงหรือ?
๑. มวลสารที่อยู่ในองค์พระนั้นหามารวมกันหลายชั่วอายุคน รุ่นต่อรุ่น จากอาจารย์สู่ลูกศิษย์ ผงนี้ศักดิ์สิทธิ์อาถรรพ์ยิ่งนัก มีมวลสารจากชานหมากของครูอาจารย์มากมาย
๒. ยอดมวลสารที่วิเศษอย่างยิ่งก็คือ มวลสารที่ได้จากพิธีการลบผงในโบสถ์ของหลวงปู่หมุน ซึ่งท่านได้บอกว่าการลบผงนี้ทำได้ยากมากๆ ในชีวิตคนหนึ่งจะทำสำเร็จได้เพียงไม่กี่ครั้ง ยากนักที่ใครจะทำได้ เห็นจะมีก็แต่ สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังฯ หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร และหลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุนนาคเท่านั้น ที่ทำได้ ซึ่งหลวงปู่หมุนท่านได้สำเร็จวิชาการลบผงสีตำรับของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มาจากหลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุนนาค ซึ่งนับเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ศึกษาจนสำเร็จวิชานี้ได้ จึงไม่ต้องสงสัยแต่อย่างใดเลยว่า พระสมเด็จวัดโนนผึ้งชุดนี้จะดีจริงหรือไม่
๓. ฝังเพชรหน้าทั่ง ทางใต้ถือว่าเป็นแร่มงคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองแม้ไม่ได้ปลุกเสกอย่างเช่นที่หลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นศิษย์เอกสายหลวงปู่ทิม วัดช้างให้ ได้นำมาฝังในพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นห้าแชะ ที่ท่านสร้างในปี ๒๕๓๘ อันโด่งดังด้วยประสบการณ์ทั่วประเทศมาแล้ว
๔. น่าแปลกที่ เม็ดพระธาตุงอกขึ้นมาเองจากภายในผิวองค์พระ ซึ่งมีทั้งสีแก้วใสและสีขาวขุ่น เทาขุ่นหรือออกแดงอมชมพู ลักษณะการงอกจะเริ่มจาก เป็นเม็ดเล็กๆ ก่อนบางจุด และเม็ดจะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นและเพิ่ม จำนวนมากขึ้น บางเม็ดก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่บางเม็ดต้องใช้ กล้องส่องจึงจะเห็น

มีท่านผู้รู้ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าเม็ดพระธาตุที่งอกขึ้นใหม่นี้มีความศักดิ์สิทธิ์มากแต่จะเกิดขึ้นกับในเฉพาะพระสมเด็จเนื้อผงบางองค์ของผู้ที่แขวนห้อยบูชาที่มีบุญญาบารมีสูง และสวดบริกรรมภาวนาอยู่เสมอเท่านั้นซึ่งมักจะพบเห็นแต่ในพระสมเด็จของพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) ได้แก่ พระสมเด็จวัดระฆัง พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม และ พระสมเด็จวัดเกศไชโย เท่านั้น ซึ่งมีโอกาสจะพบเจอได้ยากมากๆ
 

วาจาสิทธิ์ของหลวงปู่หมุน ที่ได้กล่าวไว้ก่อนละสังขาร ซึ่งลูกศิษย์และชาวบ้านต่างจดจำได้ติดหู คือ…” ของๆ ฉันสร้างเองกับมือ ใครมีไว้บูชาจะ หมุนโชคหมุนลาภ ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประกอบสัมมาอาชีพใดก็รุ่งเรือง เจริญลาภยศสรรเสริญ จะมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ขอให้เป็นคนดี คิดดี ทำดี ละเว้นชั่ว คุณพระจะรักษา เทวดาจะคุ้มครอง แม้นว่าฉันจะตายไป ของๆ ฉันจะขลังกว่านี้อีกหลายๆเท่า น้ำลาย ไอปาก ลมปราณที่ประจุลงไป ด้วยพลังจิตอันเข้มขลังของฉัน ย่อมเป็น หนึ่งบ่เป็นสอง ครบเครื่องเป็นองค์พระ ที่ดีทั้งนอก ดีทั้งใน ฝากไว้ในแผ่นดิน ให้เลื่องชื่อลือนาม ลือเรื่องถึงเมืองแมน ”

    หลวงปู่หมุน ท่านกำเนิดเมื่อ พศ. ๒๔๓๗ – ๒๕๔๖ อายุยืนถึง ๑๐๙ ปี พระเครื่องของท่านออกมา ช่วงบั้นปลายชีวิต ในปี พศ. ๒๕๔๒ – ๒๕๔๕ จึงดูเหมือนเป็นพระเครื่องใหม่ อายุพระไม่เกิน ๑๐ ปี ความนิยมในท้องตลาดพระเครื่อง ยังมีไม่มาก มีเฉพาะกลุ่มลูกศิษย์ที่เคารพศรัทธา แต่ก็มีแนวโน้มกลุ่มลูกศิษย์มากขึ้น จากปากต่อปากของผู้บูชาพระเครื่องหลวงปู่ ที่พบประสบการณ์เหนือธรรมชาติ

      สาเหตุที่ท่านอนุญาติให้สร้างพระเครื่อง ในช่วงบั้นปลายชีวิตนั้น เพราะยุคแรก ๆ นั้น ท่านใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการออกธุดงค์ไปในป่าดงดิบ และธุดงค์ไปแดนพุทธภูมิ ในต่างประเทศ หลายสิบๆปี จึงไม่ได้ทำวัตถุมงคลออกมาเพื่อให้ชาวบ้านบูชาไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เป็นคนดีมีศีล และรวมถึงหารายได้มาสร้างวัดซ่อมอุโบสถ บำรุงเสนาสนะให้ดำรงคงอยู่ สืบสานวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามในแผ่นดินสยาม วัดวาอาราม เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้คนรุ่นหลัง ได้กระทำแต่ความดี ละความชั่ว และขัดเกลาจิตใจคนรุ่นใหม่ ให้อ่อนโยน มีเมตตาธรรม สร้างสรรค์สังคม หลีกเลี่ยงพฤติกรรม สร้างเสื่อมสังคม.. หากไม่มีวัด ก็ไม่มีพระ หากไม่มีพระ คนรุ่นใหม่ก็ย้าย ศาสนาไปเป็นคริสต์จักรกันหมด แล้วพุทธศาสนาก็จางหายไปตามกาลเวลา..
   
     หลวงปู่หมุน ท่านไม่ยึดติดลาภยศสมณศักดิ์ ท่านเป็นพระสงฆ์ สายพระป่าที่เคร่งกรรมฐานอย่างแท้จริง ท่านใดที่มองหา พุทธคุณทางด้านอิทธิปาฎิหาริย์, แคล้วคลาดอายุยืน, โชคลาภเสริมดวง และเมตตาบารมี ที่สามารถสัมผัสพุทธคุณในพระเครื่องได้ เป็นความเชื้อส่วนบุคคล จนกว่าท่านจะได้..

  คำอาราธนา บูชาหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล
ท่องนะโม ๓ จบ แล้วภาวนาว่า
หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล มะ อะ อุ
หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อุ อะ มะ

 
ภาพตัวอย่างเม็ดพระธาตุของพระพุทธสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งในสมัยพุทธกาลและสมัยปัจจุบัน

....................................................................................................................................................



พระธาตุพุทธสาวก

นับตั้งแต่สมัยพุทธกาลเป็นต้นมา มีพระสงฆ์จำนวนมากมาย ที่ปฏิบัติตามแนวทางที่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางเอาไว้ และมีความเพียรพยายามอย่างยิ่ง
จนกระทั่งสามารถยกจิตก้าวบรรลุสู่ภูมิธรรมขั้นต่างๆ นับแต่พระโสดาบันเป็นต้นไป
และสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าท่านเหล่านั้นสามารถบรรลุภูมิธรรมขั้นสูงได้ก็คือ พระธาตุ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีพระอริยสงฆ์มากมายที่สามารถปฏิบัติธรรมจนกระทั่งอัฐิกลายเป็น "พระธาตุ"
และมีลักษณะแตกต่างกันมากมาย ซึ่งสามารถแยกออกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1. พระสาวกสมัยพุทธกาลและสมัยโบราณ โดยพระสาวกสมัยพุทธกาลนั้น คือ
พระสาวกที่ดำรงขันธ์อยู่ในช่วงสมัยพุทธกาล จนกระทั่งถึงภายหลังพุทธกาลไม่นาน
ส่วนพระสาวกสมัยโบราณ คือ พระสาวกที่ดำรงขันธ์ในช่วงภายหลังพุทธปรินิพพานจนถึง
ประมาณพุทธศตวรรษที่ 24 พระสาวกในกลุ่มนี้จึงมีเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ปรากฏนามและไม่ปรากฏนาม
ในตำรา พระสาวกสมัยพุทธกาลที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เช่น พระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร เป็นต้น
และพระสาวกสมัยโบราณที่เป็นที่รู้จักกันดีโดยทั่วไป เช่น พระอุปคุต เป็นต้น

2. พระสาวกสมัยปัจจุบัน พระสาวกสมัยปัจจุบันนั้น คือช่วงตั้งแต่ก่อน พ.ศ.2500 เล็กน้อย
กระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งมีมากมายหลายองค์ และแต่ละองค์ก็มีพระธาตุลักษณะต่างๆมากมาย
ทำให้ได้สามารถศึกษาลักษณะและวิธีการแปรเปลี่ยนเป็นพระธาตุจากส่วนต่างๆของร่างกาย
ซึ่งนำไปเปรียบเทียบกับลักษณะการเกิดของพระบรมสารีริกธาตุ
และพระธาตุพระสาวกสมัยโบราณได้ ดังเช่น หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นต้น

พระสาวกธาตุสมัยพุทธกาลและสมัยโบราณ

ตามตำราพระธาตุของโบราณ ได้กล่าวถึงลักษณะพระธาตุของพระอรหันต์ผู้ซึ่งทรงขันธ์อยู่ในสมัยพุทธกาล
และหลังพุทธปรินิพพานไม่นาน มีระบุลักษณะของพระธาตุพระอรหันต์เหล่านี้ไว้ 47 องค์
และ ในอรรถกถา* ระบุลักษณะพระธาตุของพระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลไว้อีก 3 องค์
ซึ่งซ้ำกับในตำราพระธาตุของโบราณ 2 องค์ รวมปรากฏลักษณะพระธาตุ
ของพระอรหันต์ทั้งสิ้น 48 องค์ ได้แก่

1.พระสารีบุตร
2.พระโมคคัลลานะ
3.พระสีวลี
4.พระองคุลิมาละ
5.พระอัญญาโกณฑัญญะ*
6.พระอนุรุทธะ
7.พระกัจจายะนะ
8.พระพิมพาเถรี
9.พระสันตติมหาอำมาตย์*
10.พระภัททิยะ
11.พระอานนท์
12.พระอุปปะคุต
13.พระอุทายี
14.พระอุตตะรายีเถรี
15.พระกาฬุทายีเถระ
16.พระปุณณะเถระ
17.พระอุปะนันทะ
18.พระสัมปะฑัญญะ
19.พระจุลลินะเถระ
20.พระจุลนาคะ
21.พระมหากปินะ
22.พระยังคิกะเถระ
23.พระสุมณะเถระ
24.พระกังขาเรวัตตะ
25.พระโมฬียะวาทะ
26.พระอุตระ
27.พระคิริมานันทะ
28.พระสปากะ
29.พระวิมะละ
30.พระเวณุหาสะ
31.พระอุคคาเรวะ
32.พระอุบลวรรณาเถรี
33.พระโลหะนามะเถระ
34.พระคันธะทายี
35.พระโคธิกะ
36.พระปิณฑะปาติยะ
37.พระกุมาระกัสสะปะ
38.พระภัทธะคู
39.พระโคทะฑัตตะ
40.พระอนาคาระกัสสะปะ
41.พระคะวัมปะติ
42.พระมาลียะเทวะ
43.พระกิมิละเถระ
44.พระวังคิสะเถระ
45.พระโชติยะเถระ
46.พระเวยยากัปปะ
47.พระกุณฑะละติสสะ
48.พระพักกุละ*

พระสาวกธาตุสมัยปัจจุบัน

พระสาวกเหล่านี้ ได้ปฏิบัติธรรม และก้าวขึ้นสู่ชั้นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา
เมื่อมรณภาพลง ภายหลังจากการฌาปณกิจแล้วก็บังเกิดสิ่งอันน่าอัศจรรย์ใจต่างๆเกิดขึ้น
เมื่อกระดูกที่โดนเผาไฟแล้วก็ดี เส้นผม ฟัน หรือกระทั่งชานหมาก ที่มิได้โดนเผาไฟด้วย
ไม่ว่าเก็บไว้ตามสถานที่ใดก็แล้วแต่ ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นผลึกใหญ่น้อย สีสันต่างๆ คล้ายกรวดคล้ายแก้ว
เพิ่มลดจำนวนได้เอง หรือ จะเรียกให้ถูกว่า กระดูกของท่านเหล่านั้น ได้แปรเปลี่ยนเป็น 'พระธาตุ'
ซึ่งมีรายนามพระสาวกปัจจุบันที่พบว่าสิ่งของที่เกี่ยวเนื่องด้วยท่าน
มีการแปรเปลี่ยนสภาพเป็นพระธาตุแล้ว ดังนี้

1.สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม กทม.

2.หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส สกลนคร

3.พระสุพรหมยานเถร (พรหมา พรหมจักโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า ลำพูน

4.หลวงปู่สิงห์ทอง ธัมมวโร วัดป่าแก้วบ้านชุมพล สกลนคร

5.หลวงปู่ครูบาบุญปั๋น ธัมมปัญโญ วัดร้องขุ้ม เชียงใหม่

6.หลวงปู่คำตัน ฐิตธัมโม วัดป่าดานศรีสำราญ หนองคาย

7.พระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี

8.หลวงปู่เข่ง โฆษธัมโม วัดป่าสีห์พนม สกลนคร

9.พระญาณสิทธาจารย์ (สิม พุทธจาโร) วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่

10.พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (วัน อุตตโม) วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม สกลนคร

11.พระครูอินทวุฒิกร (ต่วน อินทปัญโญ) วัดกล้วย อยุธยา

12.พระครูวิเวกพุทธกิจ (เสาร์ กันตสีโล) วัดดอนธาตุ อุบลราชธานี

13.หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อุดรธานี

14.หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ วัดเจติยาคีรีวิหาร หนองคาย

15.พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา

16.พระครูศาสนูปกรณ์ (บุญจันทร์ กมโล) วัดสันติกาวาส อุดรธานี

17.หลวงปู่คำฟอง มิตตภานี วัดป่าศรีสะอาด สกลนคร

18.พระราชวุฒาจารย์ (ดูลย์ อตุโล) วัดบูรพาราม สุรินทร์

19.หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง เลย

20.หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่

21.หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร วัดป่าวังเลิง มหาสารคาม

22.หลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก สุรินทร์

23.หลวงปู่กอง จันทวังโส วัดสระมณฑล อยุธยา

24.พระครูพรหมเทพาจารย์ (เทพ ถาวโร) วัดท่าแคนอก(เทพนิมิตร) ลพบุรี

25.หลวงปู่เมตตาหลวง (สิงห์ สุนทโร) วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม นครราชสีมา

26.สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (สนั่น จันทปัชโชโต) วัดนรนารถสุนทริการาม กรุงเทพฯ

27.หลวงพ่อประยุทธ์ ธัมยุทโต วัดป่าผาลาด กาญจนบุรี

28.หลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดบรรพตคีรี(ภูจ้อก้อ) มุกดาหาร

29.พระภาวนาวิสุทธิเถร (กัมพล กัมพโล) วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ

30.พระครูขันตยาภรณ์ (คำ ขันติโก) สุสานไตรลักษณ์ เชียงใหม่

31.พระครูสุคันธศีล (คำแสน อินทจักโก) วัดสวนดอก(บุปผาราม) เชียงใหม่

32.หลวงปู่กุ่น จิรกุโล วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร ดูรูป

33.หลวงปู่ปั่น สุจิณโณ วัดพรพระร่วงประสิทธิ์ กรุงเทพฯ อ่าน/ดูรูป

34.พระครูประสิทธิธรรมญาณ (แบน กันตสาโร) วัดมโนธรรมาราม(นางโน) กาญจนบุรี

35.พระครูพิสิษฐ์อรรถการ (คล้าย จันทสุวัณโณ) วัดสวนขัน นครศรีธรรมราช

36.พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) วัดจันทาราม(ท่าซุง) อุทัยธานี

37.พระครูนิยุตธรรมสุนทร (ยิด จันทสุวัณโณ) วัดหนองจอก ประจวบคีรีขันธ์

38.หลวงปู่มหาปราโมทย์ ปาโมชโช วัดป่านิโครธาราม อุดรธานี

39.พระครูสุวัณโณปมคุณ (คำพอง ติสโส) วัดป่าพัฒนาธรรม(ถ้ำกกดู่) อุดรธานี

40.พระสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ) วัดอรัญญบรรพต หนองคาย

41.พระนพีสีพิศาลคุณ (ทองอินทร์ กุสลจิตโต) วัดสันติธรรม เชียงใหม่

42.พระครูการุณยธรรมนิวาส (หลวง กตปุญโญ) วัดป่าสำราญนิวาส

43.หลวงปู่ชื้น พุทธสโร วัดญาณเสน อยุธยา

44.พระครูจิตตวิโสธนาจารย์ (หนู สุจิตโต) วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่

45.หลวงปู่ขาน ฐานวโร วัดป่าบ้านเหล่า เชียงราย

46.หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม วัดอรัญญวิเวก นครพนม

47.หลวงตาประสิทธิ์ ถาวโร วัดถ้ำยายปริก ชลบุรี

48.หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต ขอนแก่น

49.พระครูสุทธิธรรมรังษี (เจี๊ยะ จุนโท) วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ปทุมธานี

50.พระครูวรวุฒิคุณ (อิน อินโท) วัดคันธาวาส (ทุ่งปุย) เชียงใหม่

51.ครูบาคำหล้า สังวโร สำนักสงฆ์ห้วยขุนสวด พะเยา

52. หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน จ.ศรีสะเกษ

53. หลวงปู่สรวง ( เทวดาเล่นดิน ) วัดไพรพัฒนา จ.ศรีสะเกษ

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร      
การส่งสินค้า (Shipping information)
เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบและเพื่อความรวดเร็วในการส่งสินค้าไปยังท่านผู้มีอุปการคุณ ทางเวปไซต์ amuletfocus ขอจัดส่งแบบ EMS เท่านั้นครับ โดยเก็บค่าจัดส่ง ๕๐ บาทต่อครั้ง หากเช่าวัตถุมงคลจากทางร้านไม่ถึง ๓,๐๐๐ บาท  
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
Amuletfocus อาณาจักรศูนย์รวมพระเครื่องยอดนิยม
788/359 Bangkok Horizon ถนนรามคำแหง (รามคำแหง 60) แขวงบางกะปิ เขตบางกะปิ
อมูเล็ท โฟกัส เปิดให้เช่า-รับเช่า บูชา พระเครื่องและเครื่องราง แท้ 100% กล้ารับประกันพระแท้ ตามหลักมาตรฐาน... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
หากพระเก้ ยินดีคืนเงินให้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายในการส่งคืน รับประกันให้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายภายใน 365 วัน รับประกันความพึงพอใจ ภายในระยะเวลา 7 วัน ไม่หักเปอร์เซ็นต์ 
เวลาให้บริการ (Business Hour)
รับการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามได้ทุกวัน ช่วงเวลา 7.00 - 22.00 น ตอบอีเมล์ทุกๆ วัน ภายใน 24 ชั่วโมง  
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ทางเว็บไซต์ยึดถือปฏิบัติตามนโยบายรักษาความลับส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดในการรับข้อมูลส่วนตัวของท่าน ผ่านทางเว็ปไซต์และทางเว็บไซต์จะไม่ส่งข้อมูลส่วนตัวของท่านไปยังบุคคลอื่นโดยไม่ผ่านความยินยอม  จากท่านโดยเด็ดขาด
บริการของร้านค้า

พระโปรโมชั่น ประจำเดือน  |  รายการพระเครื่อง  |  เกี่ยวกับ AMULET FOCUS  |  วิธีการ เช่า บูชา พระเครื่อง  |  บทความพระเครื่อง  |  เว็บบอร์ด  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//